080-5519598 (คุณแก้ว) plarnkhoi@hotmail.com

icon001

icon002

icon003

icon004

โปรแกรมที่ 3 สมาธิเหวี่ยง

ในท่านั่งสมาธิ 50 นาที (ไม่ใช่ขั้นตอนฝึกสมาธิ)

เอาความรู้สึก (จิต) มาอยู่ที่ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ตามลมหายใจเข้าไป ตามลมหายใจออกมา ให้เป็นปกติ ไม่ต้องเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป ทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ไม่ต้องกำหนด ไม่ต้องเพ่งดู ไม่ต้องพิจารณา ลมหายใจเข้าก็คือลมหายใจเข้า ลมหายใจออกก็คือลมหายใจออก เข้าก็รู้ ออกก็รู้ สักแต่ว่ารู้ ไม่พิจารณา ไม่ตัดสิน เมื่อความรู้สึกทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกับลมหายใจได้แล้ว ก็ให้เคลื่อนตัวรู้มาที่เสียง ได้ยินเสียงที่หู มารู้ที่ใจเป็นรูปกลมๆ เหมือนรูปฟุตบอล หรือเป็นรูปวงรีก็ได้ โดยเอาความรู้สึกเข้าไปร่วมกับการวิ่งวน ร่างกายก็โยกไหวหมุนไปตามจังหวะดนตรี อารมณ์คล้ายๆ เรากำลังเข็นรถยนต์ รถยนต์เครื่องไม่ติดต้องช่วยมันเข็นก่อน เมื่อเครื่องติดแล้วมันก็จะวิ่งไปเอง ตามธรรมชาติของเขา แต่ตอนแรกเราต้องใส่เจตนาช่วยมันเข็นก่อน เพราะจิตยังไม่คุ้นเคย เริ่มจากช้าๆ แล้วก็เร็วขึ้นไปเรื่อยๆ คืนชีวิตให้กับจิต จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว เมื่อแรงเหวี่ยงมีพลังมากขึ้นกว่าแรงดึงดูดของใจ และความคิดแล้วจิตก็จะหลุดพ้นจากใจเข้าไปสู่จิตในจิต เมื่อเข้าไปในจิตได้แล้ว จิตในจิต อาจารย์จริงๆ ของเราก็ได้แสดงตัวแล้ว จิตปัจจุบันก็เรียนรู้กับจิตเดิมของตนเอง กล่องปัญญาซึ่งบันทึกประสบการณ์จริงนี่ผ่านมาหลายภพชาติมีเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว จิตเดิมก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ย่อมรู้ดีว่าความจริงของธรรมชาตินั้นเป็นเช่นไร เมื่อจิตปัจจุบันเข้าไปเรียนรู้กับจิตเดิมก็ทำให้เกิดปัญญารู้แจ้งตามความเป็นจริงว่าทุกอย่างเกิดขึ้นตั้งอยู่ สลาย ในขณะเดียวกัน แรงเหวี่ยงก็จะทำหน้าที่ขัดเกลาจิต โดยสำรอกอารมณ์ต่างๆ ที่บันทึกภายในจิตใต้สำนึกออกมาทางกายภาพในรูปของการร้องไห้ หัวเราะ ร่ายรำ อาเจียน และแสดงกิริยาต่างๆ ออกมา ตามอารมณ์ของจิตใต้สำนึก (INSIDE OUT) จิตปัจจุบันก็แค่ตามดู ตามรู้อารมณ์และอิริยาบทต่างๆ ที่แสดงออกมา สักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น ไม่พิจารณา ได้ตัดสิน