080-5519598 (คุณแก้ว) plarnkhoi@hotmail.com

คนมีปัญญามาก มีความรู้มาก จะนับว่าเป็นนักปราชญ์ผู้ฉลาดในธรรมทีเดียวยังไม่ได้
เหมือนกับคนที่มีเงินทองจำนวนมาก แต่ไม่มีปัญญาความฉลาด ที่จะบริหารทรัพย์สมบัตินั้น
เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ตัวเองและสังคม ก็นับว่าเป็นคนจนด้วยน้ำใจ ไม่มีการเสียสละให้เกิดประโยชน์
แก่ตนเองและสาธารณกุศลส่วนรวม ถึงจะมีสมบัติมาก ก็ไม่มีความหมายอะไร นี้ฉันใด
ผู้ที่รู้มากมีปัญญามาก แต่ขาดความฉลาดที่จะนำความรู้นั้น มาสอนตัวเองได้ ก็ฉันนั้น
เป็นที่น่าเสียดายที่ทำตัวเป็นผู้ประมาท ดังคำว่า ” ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ”
ในยุคนี้ ส่วนมากจะฝึกปัญญาแนวความคิดต่างๆไปตามกระแสโลก ใช้ความนึกคิดไปตามกิเลสตัณหา
ทำสมาธิแล้วแทนที่จะฝึกการเจริญปัญญาต่อไป แต่ไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากทำสมาธิแล้ว ก็มาอ่านตำรา
ที่ครูอาจารย์ท่านเขียนไว้ หรือฟังเทปของครูอาจารย์องค์นั้นองค์นี้ เป็นเพียงความรู้จากผู้อื่นอธิบายให้ฟัง
ไม่ได้เป็นความรู้ที่เกิดจากปัญญาของตนเองแต่อย่างใด จึงเป็นเพียงความรู้ทางภาคทฤษฎีไป
เรียกว่า ” รู้ก่อนเห็น ” ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ยากที่จะฝึกปัญญาให้เกิดขึ้นได้ เพราะธรรมหมวดไหนก็รู้ไปเสียทั้งหมดแล้ว
ธรรมะขั้นต่ำ ธรรมะขั้นกลาง ธรรมะขั้นสูงก็รู้แล้ว

หลวงพ่อ ทูล ขิปฺปปญฺโญ