080-5519598 (คุณแก้ว) plarnkhoi@hotmail.com

นพ.สุธี พิสิฐพยัต

อาชีพนายแพทย์

 

“รู้จักความหมายที่แท้จริงของชีวิตจากศูนย์พลาญข่อย” สามปีก่อนผมคิดว่าชีวิตคนเรา คือ การทำงาน หาเงิน พักผ่อน หาความสุขในรูปแบบต่างๆ ทั้งการกิน
การเที่ยว การบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ ไม่รู้เรื่องของการปฏิบัติธรรม การนั่งสมาธิวิปัสสนา คิดว่าชีวิตก็มีความสุขสมบูรณ์ทุกด้าน มีความรู้ มีเงิน มีบ้าน มีรายได้ดี มีฐานะดี
ไม่มีความทุกข์อะไร จนมารู้จักกับอาจารย์บัญชา ตั้งวงษ์ไชย จากการชักชวนของคุณหมอกัลป์ ครั้งแรกที่มาศูนย์ฯ ยอมรับว่ารู้สึกแปลกๆ ออกมา ยอมรับว่า
ไม่เชื่อว่าเป็นการแสดงออกจากจิต เพราะไม่รู้ว่าจิตคืออะไร รู้แต่ว่าคนเรามีร่างกาย และจิตใจ จิตใจก็คือ สมองที่คอยควบคุม การสั่งการต่างๆ ได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับ
อาจารย์เกือบสามชั่วโมง เชื่องบ้าง ไม่เชื่อบ้าง จนอาจารย์ถามคำถามที่ว่า

“ถ้าหมอไม่เชื่อเรื่องเวียนว่าย ตาย เกิด เรื่องกฎแห่งกรรม หมอตอบได้ไหมว่า ทำไมคนเราเกิดมาถึงไม่เท่ากัน แม้แต่พี่น้องที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันยังไม่เท่ากัน
ทั้งความฉลาด อุปนิสัยใจคอ ความคิด ความร่ำรวย ความยากจน”

ผมพยายามคิดหาคำตอบที่ดีพร้อม แต่ก็หาไม่ได้ หลังกลับจากศูนย์ ผมทดลองนั่งสมาธิตามแบบที่อาจารย์สอนให้ที่ศูนย์ ”ได้ยินเสียงที่หู มารู้ที่ใจ” โดยใช้เสียงแอร์เป็นตัวกระตุ้น หลังจากหมุนศีรษะเป็นวงกลมอยู่ประมาณ 20 กว่านาที ก็เกิดการหมุนของศีรษะอย่างแรง และมือขวาก็ตีใส่ต้นขาขวา อย่างแรงตลอดเวลา โดยผมรู้ว่าผมไม่ได้สั่งให้ทำ เหงื่อที่หลังเปียกขึ้น ด้วยความตกใจจึงพยายามหยุดการหมุน จากคืนนั้นจึงเริ่มเข้าใจว่าจิตมีจริง จิตและสมองไม่ใช่สิ่งเดียวกัน จิตเป็นผู้สั่งสมอง และควบคุมสมองด้วย ผมเริ่มอ่านหนังสือธรรมะที่คุณหมอกัลป์เมตตาส่งมาให้ ผมเริ่มเกิดปัญญาเข้าใจธรรมะที่อาจารย์เคยพูดให้ฟัง หลังจากนั้น ผมมีโอกาสไปพักค้างคืนที่ศูนย์อีก 3 ครั้ง ครั้งละ 2 วัน มีโอกาสฝึกอย่างจริงจัง ฟังอาจารย์บรรยายธรรมบ่อยๆ ทำให้ผมรู้จักความหมายอันแท้จริงของชีวิต จากพระธรรมคำสั่งสอน ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งอาจารย์บัญชานำมาถ่ายทอด ด้วยคำพูดที่เข้าใจง่าย คนเราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม และเพื่อสร้างบุญบารมี ถ้าเราสามารถปฏิบัติตามคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า คือ สมาธิ ปัญญา รวมกันเป็นมรรค หรือทางเดิน เราก็สามารถเดินไปสู่การพ้นทุกข์เพราะความอยาก (ตัณหา)การปฏิบัติสมาธิวิปัสสนาก็เพื่อการดับทุกข์ทั้งมวล อายตนะวิปัสสนาเป็นหนึ่งในหลายๆวิธีของการปฏิบัติ แต่เป็นวิธีแรกที่ผมได้ฝึกปฏิบัติ และเห็นผลของการปฏิบัติเร็ว ผมได้จัดให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลมุกดาหารและบุคคลที่สนใจไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์พลาญข่อยหลายรุ่น รวมทั้งครอบครัวของผม ซึ่งทุกคนก็สามารถปฏิบัติได้และมีความเคารพศรัทธาในตัวอาจารย์บัญชา เป็นลูกศิษย์ที่ดีของอาจารย์ตลอดมา

ผมขอกราบขอบพระคุณอาจารย์บัญชาเป็นอย่างสูง ที่ทำให้ผมและครอบครัวเข้าใจความหมายที่แท้จริงของชีวิต ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ กับการบันเทิงเหมือนเมื่อก่อน หันมาสนใจกับการปฏิบัติธรรม มีโอกาสสร้างบุญบารมีให้กับชีวิตตนเอง เข้าใจเรื่องทาน ศีล ภาวนา อย่างแจ่มชัด รู้หน้าที่ทั้งทางโลกและทางธรรม รู้จักการปล่อยวางมากขึ้น ไม่ยึดมั่น ถือมั่น เหมือนในอดีต มีจิตใจที่สะอาด สงบเย็นลง ละความโลภ ความโกรธ และความหลงได้มากขึ้น แม้ว่าการเดินทางไปสู่การพ้นทุกข์ทั้งมวลจะยากลำบากและยาวไกล ผมมีความเพียรพยายามปฏิบัติตามมรรคมีองค์ 8 อย่างสม่ำเสมอจนกว่าจะสิ้นสุดการเดินทางของชีวิต

“สรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ล้วนอนัตตา”

นพ.สุธี พิสิฐพยัต

 

 

คุณเรณู พิสิฐพยัต

ตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบจังหวัดมุกดาหาร

 

เมื่อได้ฝึกปฏิบัติธรรมอายตนะวิปัสสนากัมมัฏฐาน ในครั้งแรกยอมรับว่าอิทธิพลของเสียงระฆังมหัศจรรย์จริงๆ มันสามารถทำให้เราทำอะไรออกมา โดยที่เราก็รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่
แต่เราไม่ได้ตั้งใจทำให้มันเป็นอย่างนั้น มาทราบทีหลังว่าเป็นการกระทำของจิตซึ่งตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นการฝึกสติ และแสดงวิบากกรรมที่มีมากับตัวเราไม่ใช่สมองคิดควบคุม
ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของจิตแต่ละคน ทำให้เราทราบว่า สมองและจิตเป็นคนละส่วนกัน เมื่อเราอยากจะหยุดหมุน จิตจะแพ้ใจซึ่งมีความอยากเก็บสะสมไว้จิตก็จะหยุดหมุน
แต่เมื่อใดที่ความอยากหรือกิเลสตัณหาหมดไปจากใจ ปล่อยวางแล้ว จิตก็จะหมุนไม่ยอมหยุด และเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ดวงตาเห็นธรรม” แต่ข้าพเจ้าไม่เคยเจอ
หรือพบปรากฏการณ์นี้เลย เป็นเพียงแต่รู้สึกว่ามีสติมากขึ้น สามารถรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น ปล่อยวางความทุกข์ได้มากขึ้น การปล่อยวางพูดง่ายแต่ทำยาก ถ้าจิตไม่ปล่อยวาง
ก็วางไม่ได้มีวิธีเดียว คือ ฝึกจิตเมื่อจิตถูกฝึก มีสติก็เป็นอนิจจัง มาที่นี่ เราได้ธรรมะจากการเห็นคนอื่นๆแสดงธรรม เวลาที่เขาทำสมาธิมีทั้งชดใช้กรรม เห็นการเวียรว่ายตายเกิด
ได้ธรรมะจากการฟังอาจารย์บรรยายธรรม ซึ่งเป็นสากล เป็นปัจจุบัน ฟังแล้วเข้าใจง่าย นำไปใช้ในชีวิตปัจจุบันได
และสุดท้ายได้ธรรมะจากการปฏิบัติสมาธิของตัวเอง รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไป ใจเย็นลง มีเหตุผลมากขึ้น รู้จักฟังคนอื่นมากขึ้น รู้ว่าชีวิตมีอะไรที่ต้องทำอีก คุ้มค่าที่มาศูนย์ฯ
แม้จะห่างไกล แต่ก็ยังอยากมาเพื่อพัฒนาตนเอง

คุณเรณู พิสิฐพยัต